Relative Content

travel news

เมืองฟ้าแดดสงยาง

ตั้งอยู่ที่บ้านเสมา ตำบลหนองแปง เมืองฟ้าแดดสงยางหรือที่เรียกเพี้ยนเป็นฟ้าแดดสูงยาง บางแห่งเรียกเมืองเสมาเนื่องจากแผนผังของเมืองมีรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณที่มีคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น ความยาวของคันดินโดยรอบประมาณ 5 กิโลเมตร คูน้ำจะอยู่ตรงกลางคันดินทั้งสอง จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบ ทำให้ทราบว่ามีการอยู่อาศัยภายในเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์

เขื่อนวชิราลงกรณ์

พบกับเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทยที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร และยาว 1,019 เมตร ที่สร้างขึ้นมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก โดยอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมนั้น ครอบคลุมพื้นที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี ภายในทะเลสาบเหนือเขื่อนมีกิจกรรม ให้นักท่องเที่ยวได้รื่นรมย์มากมาย

วัดถ้ำแสงเพชร

วัดถ้ำแสงเพชร หรือ วัดศาลาพันห้อง ตั้งอยู่บนถนนสายอํานาจเจริญ-เขมราฐ ห่างจากตัวเมืองอำนาจเริญ ระยะทางไปวัดถ้ำแสงเพชร ประมาณ 18 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร วัดถ้ำแสงเพชร เป็นวัดที่มีบริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วย วิหารอยู่บนยอดเขาสูง ทางด้านทิศเหนือของวิหารมีถ้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ พระเหล่าเทพนิมิตร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

ตลาดโรงเกลือ หรือ ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก

สนุกกับการช็อปปิ้งสินค้าเบรนด์เนมมือสองในตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยภายในตลาดโรงเกลือแห่งนี้ได้แบ่งออกเป็นตลาดย่อยด้วยกัน 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดโรงเกลือเก่า ตลาดเดชไทย ตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงเกลือใหม่) ตลาดเทศบาล 3 (ตลาดโกลเดนเกต) และตลาดเบญจวรรณ

พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย

หากสนใจเรื่องแพทย์แผนไทยต้องการนวดผ่อนคลายหรือกำลังหาที่เรียนด้านแพทย์โบราณและการนวด “พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย” ในสังกัดกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุขตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอาคารทรงไทย 3 ชั้นแบบเครื่องก่อ 9 หลัง

บ้านสวนมะนาวโห่ลุงศิริ

สวนเกษตรอินทรีย์ในอำเภอบางคนที “มะม่วงหาวมะนาวโห่” คือ ผลไม้ชนิดหนึ่งรูปร่างคล้าย ๆ ลูกเชอร์รี่ ผลสุกจะเป็นสีม่วงรสชาติเปรี้ยว ผลไม่สุกสีขาวเหลือบแดงก็รับประทานได้รสชาติฝาด ที่สวนลุงศิรินี้เมื่อเดินเข้ามาจะเจอบรรยากาศร่มรื่นต้นไม้เขียวขจี มีการตกแต่งสวนอย่างสวยงาม เอาพร้อพต่าง ๆ มาวางประดับสวน ทำให้มีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่แผ่กิ่งก้านกลายเป็นร่มเงาทำให้สวนร่มรื่น

พระธาตุพระลอ

พระธาตุพระลอเป็นพระธาตุเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี และเป็นโบราณสถานที่มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับเวียงสอง ซึ่งคือ “อำเภอสอง” ในปัจจุบัน เมืองเวียงสองนั้นคือเมืองโบราณที่ถูกกล่าวถึงวรรณคดีไทยเรื่องลิลิตพระลอ และเป็นที่ประดิษฐานพระศรีสรรเพชญ พระคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอสอง โดยภายในวัดนั้นคุณจะพบรูปปั้นของพระลอ พระเพื่อน พระแพง พระธาตุพระลอแห่งนี้เดิมเรียกกันว่า ธาตุหินส้ม

จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนแห่งนี้สร้างขึ้นมาด้วยความมุ่งหวังให้ลูกหลานชาวคูบัวได้เข้าใจถึงรากเหง้าของ ตัวเองได้อย่างถ่องแท้ โดยเป็นสถานที่เก็บรวมเรื่องราวในอดีตของบ้านคูบัว ที่สามารถหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับ ไปได้ถึงยุคสมัยทวารวดีเลยทีเดียว โดยตัวอาคารพิพิธภัณฑ์นั้นมีความยาว 24 เมตร กว้าง 18 เมตร เป็นอาคารสองชั้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องจัดแสดงต่างๆ ได้แก่ ห้องจัดแสดงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ภูมิปัญญา ของคนไทยสมัยทวารวดีผ่านโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบ ไม่ว่าจะเป็น ดินเผารูปบุคคล รูปภาพต่างๆ รูปนาค ซึ่งส่วนหนึ่งได้ถูกนำไปเก็บไว้ที่วัดโขลงสุวรรณคีรี ต่อมาเป็นห้องแสดงภูมิปัญญาไทยสมัยโยนกเชียงแสน ซึ่งชาวล้านนาได้อพยพจากเมืองเชียงแสนมาอยู่ที่คูบัวเมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว ต่อมาเป็นห้องแสดงวิถีชีวิตของชาวคูบัว รวมทั้งหุ่นจำลองของพระเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ซึ่งล้วนมีเชื้อสายไทย-ญวนเกือบทุกคน และห้องสุดท้ายจัดแสดงวัฒนธรรมข้าวและชาวนาไทย เรียนรู้ทุกกระบวนการตั้งแต่การเกี่ยวข้าว นวดข้าว ตำข้าว จนถึงการแปรรูปจากข้าวเปลือกสู่ข้าวสาร

พระที่นั่งเพนียด

ช้างถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ใช้ช้างในการศึกสงคราม ลากของหนักและเป็นสัตว์ส่งออกไปยังอินเดียและเปอร์เซีย จึงมีการสร้างเพนียดโบราณขนาดใหญ่ อันเป็นสถานที่สำหรับพระมหากษัตริย์ได้ทอดพระเนตรการคล้องช้างหรือจับช้างเถื่อนหรือการจับช้างกลางแปลง เป็นประเพณีที่เคยทำกันมาแต่โบราณเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในราชการในเวลาปกติและในเวลาสงคราม

โรงงานเถ้าฮงไถ่

เวลา 80 ปีย่อมพิสูจน์ได้ถึงการเป็นโรงงานผลิตงานเซรามิก หรืองานเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพของ โรงงานเถ้าฮงไถ่ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาแห่งแรกของราชบุรี ผู้สร้างตำนานโอ่งมังกร จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วประเทศ แม้ในปัจจุบันความนิยมในการใช้โอ่งมังกรจะลดลงตามพัฒนาการ ของสังคมที่เปลี่ยนไปก็ตาม